วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

แนะนำหนังหนังสือน่าอ่าน


ชื่อเรื่อง เรื่องการอ่านจับใจความ
เนื้อหาจาก หนังสือการอ่านจับใจความ ผู้แต่ง แววมยุรา เหมือนนิล สำนักพิมพ์ ชมรมเด็ก

พิมพ์ครั้งแรก 2538 /ครั้งที่ 2541

ISBN 974-8262-86-3 ราคา100 บาท
เลขเรียกหนังสือ PN4145 ว948กฉ.5
สถานที่เก็บ SPU Main Library
ความประทับใจต่อหนังสือเล่มนี้: เนื่องจากการที่เราจะอ่านหนังสือแล้วเข้าถึงแก่นหรือเนื้อหาของหนังสือนั้นจะต้องอาศัยหลักการอ่านที่ถูกต้องเพราะบางครั้งถ้าเราอ่านอย่างเดียวโดยไม่รู้หลักที่ถูกต้อง เราอาจจจะไม่ได้รับถึงอรรถรส ไม่เข้าถึงแก่น ประโยขน์ หรือสื่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านทราบได้อย่างเต็มที่หรือบิดเบือนได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการเป็นพื้นฐานหรือตัวช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจเนื้อหาของหนังสือที่จะอ่านมากขึ้น และเป็นหนังสือที่อยากจให้ทุกคนที่เริ่มอ่านหนังสืออ่านเป็นเล่มแรกเพื่อเสริมสร้างการอ่านที่ดีและจะช่วยให้อ่านหนังสือได้สนุกและเข้าใจมากขึ้น
เนื้อหาสำคัญโดยสรุป: ในที่นี้จะสรุปรวมเฉพาะหลักสำคัญที่สามารถใช้ในการอ่านหนังสือได้ทุกประเภท ส่วนกลวิธีจับใจความของหนังสือแต่ละประเภทนั้นเพื่อนๆสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เนิ้อหาในหนังสือโดยตรง
การอ่านจับใจความ
สาระสำคัญ
1. การอ่านจับใจความ คือการอ่านที่มุ่งค้นหาสาระสำคัญของเรื่องหรือหนังสือแต่ละเล่มว่าคืออะไร ซึ่งแบ่งออกเป็น2ส่วนดังนี้
1.1 ส่วนที่เป็นใจความสำคัญ
1.2 ส่วนที่ขยายใจความสำคัญหรือส่วนประกอบ เพื่อให้เรื่องชัดเจนยิ่งขึ้น ในกรณีที่เรื่องนั้นมีย่อหน้าเดียว ในย่อหน้านั้นจะมีใจความสำคัญอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นเป็นส่วนขยายใจความสำคัญ หรือส่วนขยายใจความสำคัญ หรือส่วนประกอบ
2. การอ่านจับใจความให้เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว ต้องอาศัยแนวทางและพื้นฐานสำคัญหลายประการดังนี้
2.1 สำรวจส่วนประกอบของหนังสืออย่างคร่าวๆเพราะเป็นส่วนประกอบของหนังสือ เช่น ชื่อเรื่อง คำนำ สารบัญ คำชี้แจงในการใช้หนังสือ ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาของหนังสือ
2.2 กำหนดเป้าหมายในการอ่านให้ชัดเจนทุกครั้ง คือกำหนดว่าจะอ่านเพื่ออะไร เช่น เพื่อความรู้ เพื่อความเพลิดเพลิน เป็นต้น
2.3 ต้องมีความสามารถทางภาษา เพราะมันเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการอ่านจับใจความ โดยต้องใช้ทักษะการแปลความ อย่างบางคำเราไม่รู้ความหมายก็จะต้องใช้พจนานุกรมเข้ามาช่วย หรือการอ่านประโยคต่างๆต้องดูนัยยะแฝงด้วย
2.4 การมีประสบการณ์หรือภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านจะช่วยให้เราเข้าใจและจับใจความความเรื่องที่อ่านได้ง่ายขึ้น ในข้อนี้ผู้อ่านสามารถหาหนังสือที่เกี่ยวข้องมาอ่านประกอบกันเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็ได้
2.5 ความเข้าใจลักษณะของหนังสือ หนังสือแต่ละประเภทมีรูปแบบการแต่งและเป้าหมายของเรื่องที่แตกต่างกัน เช่น
หนังสือประเภทสารัตถคดี (Non-fiction) เช่นตำรา สารคดี ข่าว บทความ เป็นเรื่องจริงที่มุ่งให้ความรู้หรือให้ความคิดแก่ผู้อ่านมากกว่าอย่างอื่น จะจับใจความง่าย ตรงไปตรงมา
หนังสือประเภทบันเทิงคดี (Fiction) เช่น เรื่องสั้น นวนิยาย เป็นเรื่องสมมติ มุ่งให้ความเพลิดเพลินเป็นสำคัญแต่จะมีกลวิธีแต่งที่ซับซ้อน จับใจความยาก
3. การอ่านจับใจความนั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการอ่านในระดับต้น และระดับที่สูงขึ้นไปอีก
การที่เราจะรู้ว่าเราสามารถจับใจความได้หรือไม่สามารถสังเกตได้จากสิ่งต่อไปนี้
3.1 การจำลำดับเรื่องที่อ่าน และเล่าเรื่องโดยใช้คำพูดของตนเองได้
3.2 การบอกเล่าความทรงจำจากการอ่าในสิ่งที่เฉพาะเจาะจงได้ เช่น ข้อเท็จจริง เหตุการณ์ที่เกิดในหนังสือ เป็นต้น
3.3 การทำตามคำสั่งหรือข้อเสนอแนะหลังอ่านได้
3.4 รู้จักแยกข้อเท็จจริง ความคิดเห็น หรือจินตนาการได้
3.5 สามารถรวมข้อมูลใหม่กับข้อมูลที่มีอยู่แล้วได้
3.6 การเลือกความหมายที่ถูกต้องและนำไปใช้ได้
3.7 การให้ตัวอย่างประกอบได้
3.8 การสรุปเรื่องได้
กลวิธีการอ่านจับใจความสำคัญ
สาระสำคัญ
1. การอ่านจับใจความสำคัญของเรื่องใดเรื่องหนึ่งควรเริ่มจากการอ่านจับใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้าให้ถูกต้องแม่นยำเสียก่อน ถ้าเรื่องไหนมีหลายย่อหน้าแสดงว่ามีหลายใจความสำคัญ เมื่อนำประเด็นสำคัญในแต่ละย่อหน้ามาพิจารณารวมกันแล้วจะทำให้จับแก่นเรื่องได้ง่ายขึ้น
2.ใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า หมายถึงข้อความที่มีสาระคลุมข้อความอื่นๆในย่อหน้านั้นไว้ทั้งหมด เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านรู้ในย่อหน้านั้นๆ
3. ใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า ส่วนมากมักอยู่ในประโยคใดประโยคหนึ่ง ดดยมีข้อสังเกตดังนี้
3.1 ประโยคต้นย่อหน้า เป็นจุดที่พบใจความสำคัญของเรื่องมากที่สุด เพราะสว่นมากผู้เขียนจะบอกประเด็นสำคัญแล้วค่อยขยายความ
3.2 ประโยคตอนท้ายย่อหน้า เป็นจุดที่พบใจความสำคัญรองลงมาจากประโยคต้นย่อหน้า โดยผู้เขียนจะบอกรายละเอียดย่อยๆมาก่อนแล้วสรุปให้ในตอนท้าย
3.3 ประโยคกลางย่อหน้า เป็นจุดที่ค้นหาใจความสำคัญได้ยากที่สุด เพราะจะต้องเปรียบเทียบสาระที่สำคัญที่สุดว่าอยู่ที่ประโยคไหน
3.4 ไม่ปรากฎชัดเจนที่ใดที่หนึ่ง ในข้อนี้เราต้องอ่านโดยรวมแล้วสรุปเนื้อหาทั้งหมดเพื่อให้ได้ใจความสำคัญ
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงหลักพื้นฐานที่สำคัญในการอ่านจับใจความที่สามารถใช้ได้กับหนังสือทุกประเภท หากต้องการเจาะลึกถึงกลวิธีอ่านจับใจความของหนังสือแต่ละปะเภทเพื่อนๆสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือการอ่านจับใจความได้โดยตรง
ขอขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ การอ่านจับใจความ (อาจารย์แววมยุรา เหมือนนิล)2538/2541

เคล็ดลับวิธีทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนได้อย่างแม่นยำ


เคล็ดลับการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนนี้ เป็นเทคนิคง่าย ๆ นักเรียนนักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติได้ทุกคน ขอแต่เพียงเข้าใจเคล็ดลับวิธีการเท่านั้นเอง หัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียน คือ การหมั่นฝึกฝนตามขั้นตอนให้เกิดความเคยชินจนติดกลายเป็นนิสัยการอ่านเพื่อทำความเข้าใจนี้จะแตกต่างจากการอ่านเพียงเพื่อท่องจำ
1. เวลาอ่านบทเรียนหรือตำรา ให้อ่านอย่างตั้งใจ แต่ทว่าเราจะไม่อ่านไปเรื่อย ๆ คือเราจะ หยุดอ่านเมื่อจบย่อหน้าหรือหยุดเมื่ออ่านไปได้พอสมควรแล้ว
2. จากนั้นให้ปิดหนังสือ ! แล้วลองอธิบายสิ่งที่ตนเองได้อ่านมาให้ตัวเองฟัง คือ เราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังด้วยภาษาสำนวนของเราเอง ฟังแล้วเข้าใจหรือเปล่า หากเราสามารถอธิบายให้ตัวเองฟังรู้เรื่อง แสดงว่าเราเข้าใจแล้ว ให้อ่านต่อไปได้
3. หากตอนใดเราอ่านแล้วแต่ไม่สามารถอธิบายให้ตัวเองรู้เรื่อง แสดงว่ายังไม่เข้าใจ ให้กลับไปอ่านทบทวนใหม่อีกครั้ง
4. หากเราพยายามอ่านหลายรอบแล้วยังไม่เข้าใจจริงๆให้จดโน้ตไว้เพื่อนำไปถามอาจารย์ จากนั้นให้อ่านต่อไป
5. ข้อมูลบางอย่างในตำราจำเป็นที่จะต้องท่องจำ เช่น ตัวเลข สถิติ ชื่อสถานที่ บุคคล หรือ สูตร ต่าง ๆ ฯลฯ ก็ควรท่องจำไว้ด้วย เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
6. การเรียนด้วยวิธีท่องจำโดยปราศจากความเข้าใจ เรียนไปก็ลืมไป สูญเสียเวลา เปล่าประโยชน์ เสียเงินทอง
7. การเรียนที่เน้นแต่ความเข้าใจ โดยไม่ยอมท่องจำ ก็จะทำให้เราเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ไม่ชัดเจน คลุมเครือ
8. ดังนั้นจึงขอสรุปเทคนิคง่าย ๆ สั้น ๆ ดังต่อไปนี้ :-
ก.ให้อ่านหนังสือ สลับกับ การอธิบายให้ตัวเองฟัง
ข.ให้ท่องจำเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต้องจำจริง ๆ เช่น ตัวเลข ชื่อเฉพาะต่างๆ
อ่านหนังสือด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราเข้าใจบทเรียนได้ทั้งเล่ม ไม่ลืมเลย...สวัสดี
หมายเหตุ * เทคนิคการทำความเข้าใจและจดจำบทเรียนได้อย่างแม่นยำนี้ เป็นเพียงข้อเดียว (อรรถปฏิสัมภิทา) ในธรรมะชุดปฏิสัมภิทา 4 หรือ ธรรมะเพื่อความเลิศทางวิชาการ จาก พระไตรปิฎกมรดกทางปัญญาที่สำคัญที่สุดของคนไทย )

...เทคนิคการอ่านหนังสือยังงัยน่ะให้จำง่ายๆ...

ดีค่ะ...เพื่อนๆ วันนี้ Ooo...ทีมงานวิเคราะห์ระบบ...ooO มีเทคนิคในการอ่านหนังสือยังงัยดีน่ะให้จำง่ายๆมาฝากน้องๆด้วยนะค่ะ (ขอบอกเลยว่าพี่เคยลองมาแล้วนะค่ะ แอบไปถามเพื่อนๆที่เค้าได้เกรดดีๆมาค่ะ ว่าเค้ามีเทคนิคอะไร)
อ่ะ...มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ตามมาๆๆๆ

ข้อที่ 1. น้องๆต้องใส่ใจเรื่องรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก่อนเลยล่ะ ดูซิ!!!ว่าวิชาไหนน่ะที่เราต้องสอบเป็นอันดับแรกๆ หยิบวิชานั้นขึ้นมาก่อนเลย เตรียมไว้นะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาที่จะสอบ ชีท เอกสารต่างๆ หรือแนวข้อสอบ(อันนี้สำคัญนะค่ะ หาให้เจอล่ะ) ค้นเลยๆ ทุกวิชานะค่ะ
ข้อที่ 2.แยกหมวดหมู่แต่ละวิชา ก่อน-หลัง แล้วหาที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยล่ะ
ข้อที่ 3.เตรียม ดินสอ/ปากกา สมุด และปากกาเน้นข้อความไว้ด้วยนะ
ข้อที่ 4.เริ่มอ่านวิชาที่จะต้องสอบก่อนเป็นวิชาแรกเลยค่ะ ตรงนี้แหละสำคัญมาก น้องๆอย่าอ่านๆๆๆๆๆแล้วก็อ่านเพื่อให้จบ แบบผ่านๆนะค่ะ ต่อให้น้องๆอ่านสัก 10 รอบแล้วบอกคนอื่นๆว่า "ก็เค้าอ่านเป็นสิบๆรอบแล้วอ่ะ แต่ทำไมทำข้อสอบไม่ได้เลยน่ะ?" อ่ะๆๆๆ!!! อ่านสัก 100 รอบก็ไม่ช่วยอะไรหรอกเจ้าค่ะ อ่านแล้วต้องทำความเข้าใจไปด้วย ตรงไหนที่คิดว่าสำคัญๆ น้องๆก็เน้นตรงจุดนั้นไว้ อาจจะใช้วิธีการจดบันทึกไว้ หรือ เน้นข้อความด้วยปากกาสีต่างๆก็ได้ค่ะ เพื่อว่าจะได้กลับมาอ่านอีกครั้ง
ข้อที่ 5.นั้นงัยๆๆๆพี่บอกไปตะกี้เองนะค่ะว่าอย่าอ่านแบบผ่านๆ ดูสิ!!!น้องๆลองกลับไปอ่านข้อ 3 ใหม่สิค่ะ แล้วดูซิว่าที่ต่อจากข้อ 3 นะเป็นข้อที่เท่าไหร่ ข้อที่ 4หายไปๆๆๆๆ ส่วนน้องๆคนไหนสังเกตเห็นก่อนที่พี่เฉลย น้องก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการอ่านหนังสือแล้วละค่ะ เก่งมากๆเลย ส่วนน้องๆคนไหนที่ไม่ทันได้สังเกต ก็เอาจุดนี้เนี่ยแหละค่ะไปลองปรับใช้กับการอ่านหนังสือดูตามที่พี่บอกไว้ในข้อที่ 5 นะค่ะ
ข้อที่ 6.อ่ะ ต่อๆๆ การไม่ปล่อยให้ท้องว่างก็เป็นสิ่งสำคัญนะค่ะ ถ้าน้องๆอ่านๆๆๆหนังสืออย่างเดียวจนลืมทานข้าวแล้วละก็ นอกจากน้องๆจะอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว อาจจะทำให้ป่วย และทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ด้วยนะจ๊ะ สำคัญเลย ต้องหาอะไรทานเมื่อท้องว่างด้วยน้า...อย่าทรมาณตัวเองละ
ข้อที่ 7.ในการอ่านหนังสือ น้องๆควรเลือกเวลาที่รู้สึกว่าสมองเราพร้อมจะทำงานด้วยนะจ๊ะ แล้วเมื่อน้องๆรู้สึกว่าเริ่มอ่านไม่ไหวแล้วล่ะ อ่านนานมากไปทำให้ปวดตา ปวดหัว ให้น้องๆพักก่อน อาจจะหาอย่างอื่นทำ เช่นพักสายตาโดยการหาเพลงเพราะๆฟัง(อ่ะๆๆๆเลือเพลงที่ฟังแล้วจรรโลงใจด้วยละ ถ้าฟังเพลงที่หนักไป อาจทำให้ยิ่งปวดหัวมากกว่าเดิม ไม่รู้ด้วยนะเจ้าค่ะ) จะดูทีวี เล่นเกม หรือกิจกรรมอื่นๆที่ทำแล้วผ่อนคลายก็หามาลองทำกันดูนะเจ้าค่ะ แต่ๆๆๆๆแล้วก็แต่...อย่าพักจนเพลินละ เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายผ่อนคลายเพียงพอแล้วก็กลับเข้าสู่โหมดการอ่านหนังสือต่อเลยยย (เอาน่าๆทนเอาหน่อยนะเจ้าค่ะ สอบไม่ได้มีมาบ่อยๆ ตั้งใจให้สุดๆไปเลย)
ข้อที่ 8.นั้นแน่ๆ พี่รู้นะว่าน้องๆเริ่มใส่ใจในรายละเอียดในการอ่านกันบ้างแล้ว คงคิดใช่มั้ยละ ว่าพี่จะแกล้งทำให้ข้อไหนหายไปอีกน่ะ!!! ดีแล้วค่ะถ้าน้องๆคิดแบบนี้นะ เป็นการฝึกตัวเองไปด้วย ให้เป็นคนรอบคอบ ดีค่ะๆ อ่ะต่อๆ
ข้อที่ 9.อ้า....อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ!!!ทำไงดีๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆคนอื่นๆเกือบทุกคนละค่ะ ที่สำคัญเลย อย่าตื่นเต้นจนรนล่ะ ตั้งสตินะค่ะตรงนี้สำคัญมากๆเลย ให้น้องๆหยุดอ่านหนังสือต่อสักพักนึง แล้วดูซิว่า...พรุ่งนี้เราสอบวิชาอะไรบ้าง แล้วหยิบวิชาที่สอบเป็นวิชาแรกมาอ่านทบทวนก่อนเลย แล้วก็ทบทวนวิชาอื่นๆต่อไป (ตรงถ้าคิดว่ากลัวอ่านไม่ทันรอบทบทวนให้น้องๆอ่านในส่วนที่เน้น ที่สำคัญๆเอาไว้ก่อนเลย จำได้มั้ยเอ๋ยว่าในการอ่านรอบแรกพี่ให้น้องๆจดบันทึกที่สำคัญๆไว้ที่คิดว่าน่าจะออก หรือส่วนที่มันยาก จำไม่ได้ก็นำมาอ่านก่อนเลย ตรงส่วนไหนที่น้องๆจำได้ หรือเข้าใจก็เปิดผ่านๆเลยค่ะ ตอนนี้เราต้องทำเวลาแหละน่ะ)
ข้อที่ 10.เอาละ...อ่านหนังสือสอบก็ต้องฟิสหน่อย น้องๆบางคนอาจจะอ่านหนังสือเร็วและเข้าใจง่ายทำให้การอ่านหนังสือไม่ค่อยมีปัญหาเลยก็ดีไป ส่วนน้องคนไหนเป็นคนที่อ่านหนังสือช้าก็ต้องขยันกว่าคนอื่นๆหน่อยแล้ว อาจจะทำให้อ่านหนังสือไม่ทัน ทำให้ต้องนอนดึกหน่อย ก็อย่าลืมดูแลตัวเองนะค่ะ หานมอุ่นๆหรือของว่างทานสักนิดนึง ใส่ใจในสุขภาพหน่อยนะค่ะ เพราะเดี๋ยวน้องๆอาจป่วยได้ แล้วเป็นงัยน่ะ ไปสอบไม่ได้ แย่เลยน่ะเจ้าค่ะ สำคัญเลย ถ้าอ่านหนังสือไม่ทันแล้วจริงๆ แต่ร่างกายเราไม่ไหวแล้ว อย่าฝืนนะค่ะ ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น รีบเตรียมตัวเข้านอนกันดีกว่าค่ะ ตื่นเช้ามาจะได้สดชื่น แถมถ้าเราตื่นเร็ว ก็จะมีเวลาอีกนิดในการทบทวนก่อนเข้าห้องสอบนะค่ะน้องๆ